
คลินิกความงาม 3.6 หมื่นล้าน ซมพิษโควิดกันทั่วหน้า แนวโน้มแข่ง “ราคา” เดือด “รมย์รวินท์” ชี้กำลังซื้อวูบหนักทำตลาดชะลอตัวยาวถึงต้นปีหน้า ส่วน “เมโกะ” ปรับแผนรับมือ เบรกลงทุนสาขาใหม่ ด้าน “วุฒิศักดิ์” หนี้ท่วม ยื่นศาลล้มละลาย ขอฟื้นฟูกิจการ
นางขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท รมย์รวินท์ คลินิก จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้แม้ว่าทางการจะคลายล็อกให้บรรดาคลินิกความงามสามารถให้บริการลูกค้าได้เต็มรูปแบบมาระยะหนึ่งแล้ว ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่ในแง่ของลูกค้าที่กลับมาใช้บริการยังมีไม่มากนัก โดยลูกค้าที่กลับมาใช้บริการส่วนใหญ่จะเน้นการซื้อคอร์สราคาประหยัดเป็นหลัก จากเดิมที่เคยจองในราคาหลักหมื่น (บาท) เริ่มลดลงมาเหลือหลักพัน (บาท) หลัก ๆ มาจากปัญหาเศรษฐกิจและกำลังซื้อ และลูกค้ามีพฤติกรรมที่ระมัดระวังการจับจ่ายมากขึ้น
คลินิกความงามชะลอตัว
นางขวัญฤทัยกล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อคลินิกความงามในภาพรวมที่มีมูลค่าตลาดรวมราว ๆ 3.6 หมื่นล้าน และมีแนวโน้มจะชะลอตัวไปถึงต้นปีหน้า โดยขณะนี้ผู้ประกอบการทุกค่ายต่างหันมาให้ความสำคัญกับการลดต้นทุน เพื่อประคับประคองธุรกิจเป็นหลักและสิ่งที่เกิดขึ้นยังส่งผลให้ตลาดคลินิกความงามมีการแข่งขันที่สูงขึ้น หากสังเกตจะเห็นได้ว่าขณะนี้มีหลายค่ายที่เน้นการจัดโปรโมชั่นลดราคาเพื่อดึงลูกค้า
“สำหรับแนวทางการดำเนินงานจากนี้ไป เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักของรมย์รวินท์เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ จึงจะมุ่งไปที่เพิ่มนวัตกรรมในโปรแกรมกระชับสัดส่วน ตามด้วยโปรแกรมทรีตเมนต์ดูแลผิวหน้า และโปรแกรมซูเปอร์สลิม และสิ่งที่ต้องควบคู่กันไป คือ การเพิ่มน้ำหนักการขายออนไลน์ ด้วยการผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางภายใต้แบรนด์รมย์รวินท์ มาจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กเพจ”
เมโกะเบรกสาขาใหม่
นางสาวมนต์นภา ฉายาวิจิตรศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวติเพล็กซ์ จำกัด ผู้บริหารเมโกะ คลินิก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้แม้คลินิกความงามจะได้กลับมาเปิดให้บริการทุกสาขา แต่จำนวนลูกค้ายังกลับมาไม่ถึง 100% เนื่องจากบางคนต้องประหยัดค่าใช้จ่าย จากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ไม่แน่นอน และตลาดมีการแข่งขันเรื่องราคาค่อนข้างสูง สำหรับลูกค้าของเมโกะที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่จองคอร์สการทำศัลยกรรมไว้ตั้งแต่ก่อนช่วงโควิด
กลยุทธ์ของเมโกะจะไม่เน้นจัดโปรฯลดราคา จะแข่งด้วยคุณภาพและการให้บริการ และจะเน้นความเชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ ทั้งโบท็อกซ์ และฟิลเลอร์ ฯลฯ ซึ่งจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เมโกะต้องปรับแผนการดำเนินงานในหลาย ๆ ด้าน เช่น การขยายสาขาเพิ่มคงต้องชะลอไว้ก่อน และหันมาโฟกัสกับสาขาเดิมให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและสามารถอยู่รอดในช่วงวิกฤตนี้
แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการคลินิกความงามเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การปิดสาขาชั่วคราวในช่วงระยะเวลาประมาณ 2 เดือน นอกจากจะส่งผลกระทบให้รายได้ของคลินิกความงามต่าง ๆ ลดลงอย่างมากแล้ว อีกด้านหนึ่งผู้ประกอบการทุกค่ายยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนอื่น ๆ อาทิ ค่าเช่า ค่าจ้างพนักงาน เป็นต้น และหลาย ๆ บริษัทอาจจะมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง ทำให้ต้องปรับแผนการดำเนินงานใหม่ รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็น เบื้องต้นสถานการณ์นี้อาจจะกระทบและลากยาวอย่างน้อย ๆไม่ต่ำกว่า 5-6 เดือน เชื่อว่าจากนี้ไปทุกค่ายจะระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดสาขาใหม่
วุฒิศักดิ์หนี้ท่วม ขอฟื้นฟูกิจการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านความเคลื่อนไหวของวุฒิศักดิ์ คลินิก ล่าสุด บริษัท วุฒิศักดิ์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ได้ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อขอฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลาย โดยศาลจะนัดไต่สวนในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ โดยก่อนหน้านี้ บริษัท อี ฟอร์ แอล เอ็ม จำกัด (มหาชน) (EFORL) บริษัทแม่ของวุฒิศักดิ์ คลินิก ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุถึงสถานการณ์ของวุฒิศักดิ์ คลินิกว่า การปิดสาขาตามมาตรการของรัฐบาลตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม ส่งผลให้บริษัทขาดรายได้จากการให้บริการ ส่งผลให้ขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง
นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบว่า วุฒิศักดิ์ คลินิก มีการแจ้งงบการเงินถึงแค่ปี 2560 เท่านั้น โดยรายได้ในปี 2559 อยู่ที่ 1,612 ล้านบาท ขาดทุน 528 ล้านบาท ขณะที่รายได้ในปี 2560 ลดลงมาเหลือเพียง 472 ล้านบาท ขาดทุน 664 ล้านบาท เท่ากับว่าขาดทุนสะสมกว่า 1 พันล้านบาท ทั้งนี้ ยังไม่รวมผลประกอบการที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2561-2562 ที่ยังไม่พบว่ามีการแจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
อัดโปรฯลดราคาหลักหมื่น
จากการสำรวจความเคลื่อนไหวของคลินิกความงามพบว่า ขณะนี้หลาย ๆ ค่ายเริ่มกลับมาจัดกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะโปรโมชั่นให้ส่วนลด อาทิ รมย์รวินท์จัดแคมเปญต้อนรับหน้าฝนโปรฯ 1 แถม 1 Ulthera ทั่วหน้า 39,000 บาท แถมฟรี COLOR ICE มูลค่ารวมปกติ 80,500 บาท, Hifu ทั่วหน้า 14,900 แถม BB Hifu มูลค่ารวม 55,000 บาท, D-White มูลค่า 1,500 บาท แถม P-White มูลค่ารวม 4,000 บาท, Miracle White Mask 980 บาท แถม P-White มูลค่ารวม 2,000 บาท เป็นต้น
ส่วนนิติพล คลินิก จัดโปรโมชั่นตลอดเดือนกรกฎาคม อาทิ โบท็อกซ์ลดกราม2 ข้าง 5,990 บาท ร้อยไหมยกกระชับ ราคาเริ่มต้น 1 หมื่นบาท ส่วนแพน คลินิก เมื่อเร็ว ๆ นี้ จัดเซลกลางปีสำหรับลูกค้าที่เป็นสมาชิก อาทิ คอร์สบอดี้ทรีตเมนต์ทุกชนิด ลด 30%, คอร์สทรีตเมนต์หน้าลด10-30% เลเซอร์ IPL, Nd YAG, Q Switchลด 10% อาหารเสริมลด 0% ด้านกังนัมคลินิก เลเซอร์กำจัดขนเริ่มต้น 399 บาท, ฉีดวิตามิน 2 แถม 1 ราคา 999 บาท, ฟิลเลอร์คาง 1 ซีซี 8,623 บาท เป็นต้น เช่นเดียวกับลีเอนจาง คลินิก จัดโปรโมชั่นโบท็อกซ์กราม 50 ยูนิต 3,990 บาท แถม เค-วีไลน์ 4 ซีซี มูลค่า 1,200 บาท, โบท็อกซ์ริ้วรอย 990 ต่อจุด ซื้อ 2 จุด รับฟรี 1 จุด, ฟิลเลอร์ราคาเริ่มต้น 1 ซีซี 12,000 บาท จากปกติ 15,000 บาท เป็นต้น
July 18, 2020 at 08:01AM
https://ift.tt/3eCYUok
คลินิกความงามเบรกลงทุน กำลังซื้อวูบ-ซมพิษโควิด - ประชาชาติธุรกิจ
https://ift.tt/2zenLQE
Bagikan Berita Ini
0 Response to "คลินิกความงามเบรกลงทุน กำลังซื้อวูบ-ซมพิษโควิด - ประชาชาติธุรกิจ"
Post a Comment